อาม่า vs ไอ้โรคจิต

posted on 16 Mar 2008 13:57 by pabaja

 

 

 

ด้วยความที่ โทรศัพท์บ้าน เป็นเลขงามๆ

จำได้ง่ายๆ เลยมักมีคนโทรมาผิดบ่อยๆ

คนที่โชคร้าย โทรมา ก็เจออาม่า เป็นคนรับ

อาม่า แกเป็นคนจีน โดยกำเนิด แต่ ด้วยความที่

อยู่กับหลานมานาน แกเลย เป็นวัยรุ่นสุดๆ

หลายครั้ง มีโรคจิตโทรมาที่บ้าน แกก็ ซว_เป็นคนรับทุกที

แต่วิธีแก้ เผ็ดแกนั้นสุดยอด จึงกลายมาเป็นเรื่องเล่าด้วยประกาลฉะนี้

 

วิธีที่ 1

โรคจิต : "แฮ่กๆๆๆ ขออึ้บ หน่อยดิ แฮ่กๆๆๆ"

อาม่า :  " ห่ะ ? ตูไม่มีกิ๊ฟเฟ่ย"

โรคจิต : "แฮ่กๆๆๆ ไม่ใช่ๆ อยากอึ้บ...ขออึ้บหน่อย"

อาม่า : " อารายน่ะ ซิป? อั๊วม่ายมีซิป อ่า บ้านอั๊วเป็นร้านนวดตีน อ่า"

ทำเนียน ฮากับมันไป

 

วิธีที่ 2

โรคจิต : "แฮ่กๆๆ ขอดูเกงในหน่อย"

อาม่า : "อั๋วไม่ชอบใส่ มานรัด"

โรคจิต : "แฮ่กๆๆ ผมชอบบบ เปิดให้ดูหน่อย"

อาม่า : "ของอั๊วมันเหี่ยวๆ ดูของผัวอั๊วม่าย ยังตึงๆ"

โรคจิต : "ม่ายๆ ไม่ชอบผู้ชายยย"

อาม่า : "งั้นแม่อั๊วมั้ย แต่อี ตายไป สิบกว่าปีแล่วอ่า เป็นผี~~~แล้วอ่า"

โรคจิต : "ไม่เป็นไรๆ บรื๋ออออ"

เป็นการโอนไปให้คนอื่นซะงั้น - -''

 

วิธีที่ 3 (แกใช่เวลาที่ขี้เกียจพูดกับมัน)

โรคจิต : แฮ่กๆ มา มี อะไรๆ กันดีกว่า

อาม่า : ปายมี กับพ่องลื้อเซ่

(แล้วแกก็ เรียก ให้เอาวิทยุ มาเปิด ข้างในเป็นเทปธรรมมะจีน)

เสียงวิทยุ : เซี่ยม คี ตึ่ง บ่อเนียง อส่ดสหา 2$%^$#$$^&*^&&%$%$$#(*(&*

โรคจิต : ................

 

วิธีที่ 4

โรคจิต : มาๆ มาอึ๊บทีนึง

อาม่า : มาๆเลย ชอบจัง

โรคจิต : ใส่เกงในสีไรอ่า แฮ่กๆๆๆ

อาม่า : ไม่รู้ อั๊ว ดูของคนอื่นอยู่

โรคจิต : โรคจิตเหมือนกันเหรอ แฮ่กๆๆๆ ผมชอบบ

อาม่า : แล้วลื้อใส่สีอารายอ่ะ

โรคจิต : แฮ่กๆๆๆๆๆ อย่ารู้เลย

อาม่า : ก็อั๊วอยากรู้นี่หว่า สงสัยขนาดเม็ดแตงโม"

โรคจิต : หึหึ ของผมหญ่ายมาก

อาม่า : หัวแม่ติง เมิงเสะ 555

ด่าให้มันเสียเซลล์ อีก

 

วิธีที่ 5

โรคจิต : แฮ่กๆๆๆ มาทำไรสนุกๆ แฮ่กๆๆ กันนนน

อาม่า : วอส

โรคจิต : มาทำ......กันไง

อาม่า : เซียมลี เต้ก ปอ เงี่ยว $%$^$%#%#%$%

โรคจิต : ..........

อาม่า : $%^$^$#$%#$%#%#$%#%

โรคจิต : .........

อาม่า : $%#%^$%$(*()*)*&*&^&

พูดจีนใส่มันซะ ภาษาอะไรก็ได้ เขมร โปรตุเกส อลาสก้า ฯลฯ

 

วิธีที่ 6

โรคจิต : ขอ ขอ ขอ  อึ๊บ หน่อย สิ แฮ่กๆๆๆๆ

อาม่า  : ขอ ขอ ขอ อึ๊บ หน่อย สิ แฮ่กๆๆๆๆ

โรคจิต : เกงใน สีไร อะ

อาม่า: เกงในสีไร อ่ะ

โรคจิต: โอ้ยๆ ไม่ไหวแล้ว

อาม่า : โอ้ยๆไม่ไหวแล้ว

โรคจิต : พูดตามตูไม

อาม่า : พูดตามตูไม

โรคจิต :  แฮ่กๆๆ

อาม่า : แฮ่กๆๆ

ประมาณว่าใครวางก่อนชนะ 55

 

วิธีที่ 7 เหมาะสำหรับ แก่ สาวใจกล้าเท่านั้น

โรคจิต : มามีไรกันหน่อยยย มั้ย แฮ่กๆๆๆ

อาม่า : แฮ่กๆๆๆ เลือดดด เลือดดดดดด

โรคจิต  : ชอบซาดิสต์ เหรอ แฮ่กๆๆ

อาม่า  : อั๊วอยากกิง เลือดด แฮ่ๆๆๆ

โรคจิต :.........................

อาม่า : ชำแหละ มันออกมา กระชากหนังหัวมัน เอามาย่าง แฮ่ๆๆ

หิว มากๆ อร่อย เอาเลือดไปต้ม ไปทำเกาเหลา เอาเครื่องในมาทำแกงจืด

ดึงเล็บมันมาแทะ แฮ่กๆๆๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โรคจิต : กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

มันจิตมา เราต้องจิตกว่ามัน 5555555

 

หลังจากนั้น พวกโทรศัพท์ โรคจิตก็ไม่ค่อยโทรมาเท่าไหร่

แต่ยังมีอีกหลายวิธีที่แก ชอบทำ ไว้เก็บมาฝากวันหลัง

 

 

 

edit @ 16 Mar 2008 14:26:17 by PaBaJa

รักสามเศร้าของวงกลม

posted on 10 Mar 2008 19:07 by pabaja

 

 

 

 

ช่วงที่ติว วาดรูป อยู่ สมัย ม.5

ข้าพเจ้าได้มีโอกาส วาด ภาพชุดหนึ่ง

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับรักสามเศร้าของวงกลม

พอกลับมาดูผลงานของตัวเองอีกครั้ง

ก็แอบหัวเราะในใจ ว่า

"คิดไปได้"

 

                     

 

PABAJA PRESENT....

                  รักสามเศร้าของวงกลม

 

 ผมแอบชอบสามเหลี่ยมมานานมากแล้ว

แต่ก็ไม่แคล้ว บอกรักเธอไป ไม่กล้าตัดสินใจ

แม้นานเท่าไร ยังคงเฝ้าคอย เพียงคำว่ารัก

มันยากเย็นนัก สำหรับตัวผม เจ้าตัววงกลม คารมไม่มี

 

 และทุกครั้ง ที่เธอมีใคร  โลกกลับมืดหม่น

ทุรนทุราย มันแหลกสลาย เหมือนตายทั้งเป็น

 

 

แต่แล้วทำไม เขาขุ่นเคืองใจ

ควรเป็นเวลา ที่ผมสดใส เห็นเธอร้องไห้

ก็เศร้าใจตาม

      และ แล้วทำไม  เขาสำราญใจ

เหมือนเข็มทิ่มแทงใจ ผมเจ็บปวดทรมาน

แม้ว่าตอนนั้น จะเห็นเธอยิ้มหวาน แต่คนข้างๆ

                     "ก็ไม่ใช่ผม"

สุดท้ายความรัก เหมือน เป็นลมพัด ผ่านมาผ่านไป

ผมเองที่ผิด ที่มีหัวใจ ไปหลงรักใคร เจ็บทรมาน

สุดท้ายตัวผม เหลือเพียงวงกลม....

โดดเดี่ยวเดียวดาย .....

นั่งมองดวงจันทร์ แสงดาวเฉิดฉาย

และดวงดาราย ปล่อยใจล่องลอย...

 

edit @ 10 Mar 2008 19:52:45 by PaBaJa

ลุงแป้น แห่ง ศรีธัญญา

posted on 07 Mar 2008 16:51 by pabaja

 

 

 

หลายปีมาแล้ว ข้าพเจ้ามีเพื่อน คนหนึ่ง

แกชื่อลุงแป้น ลุงแป้น แกไม่มีชื่อเล่น ชื่อจริง

แกมีแต่นามสมมติ ตามชื่อแก เพราะว่าชอบยิ้มแป้น

 ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเจอแกอีกครั้ง

หลังจากที่ไม่ได้เจอ แกเลยตั้ง อายุ 12 ปี

 

พอได้เจอแกอีก ก็ดีใจเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า

 

ลุงแป้นอยู่ที่ศรีธัญญา

แต่แกออกมา จากโรงพยาบาลได้พักใหญ่ๆ

ไม่ใช่เพราะลุงหายดี แต่เป็นเพราะแกงอแง อยากจะออกมาใจจะขาด

 

ตอนที่ได้เจอแก ข้าพเจ้ากำลัง หมดหวัง

ท้อแท้ เหนื่อยหน่าย และเริ่มรู้สึกตัวเองว่า

"กำลังไม่มีอนาคต"

 

พอถามลุงเรื่องความฝันทีไร

แกก็มักจะตอบว่า แกไม่มีความฝัน

ความฝันทำให้แก เป็น บ้า

พยายามอยากได้มัน จน ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด

 

ถ้าข้าพเจ้าเอ่ยถามลุงถึงเรื่องอนาคตทีไร

ลุงก็มักจะตอบว่า "กูไม่รู้จัก"

เพราะแกไม่ชอบทั้งอดีต และ อนาคต

ถ้าวันนี้ ตอนนี้ แกกำลังมีชีวิตอยู่ และมีความสุขดี

แค่นี้แกก็ถือว่า เป็นความฝันอย่างยิ่งแล้ว

 

ลุงเคยเรียนหนังสือ

เรียนสูงมาก มากจนจำไม่ได้เลยว่าเรียนอะไรไปบ้างแล้ว

แถมไม่สามารถขัดเกลาเอาสิ่งที่ร่ำเรียนมาใช้ได้

 

ณ ตอนนั้น ข้าพเจ้า กำลัง สับสนกับการเรียน

กลัวเอนท์ไม่ติด กลัว ไม่มีที่ดีๆเรียน

ข้าพเจ้าบ่นให้แกฟัง

ลุงก็ชวนไปอยู่ ซะที่ศรีธัญญาด้วยกัน

แกบอกว่า ครูที่นั่น สอนดีมาก

 

 

 

 

 

เพราะ ครูที่ศรีธัญญา ไม่ได้สอนแค่วิชาความรู้

แต่ยังสอนว่า  เรา ควร เป็น คน ที่ มีความสุข ได้อย่างไร

 

ตอนนั้น ข้าพเจ้าก็ได้แต่ยิ้ม

 และเชื่อว่า ลุงแป้นคนนี้ แกไม่ได้บ้า อย่างที่ใครๆคิด

 

ถ้าที่นั่นเป็น บ้านอีกหลังหนึ่งที่น่าอยู่

คนธรรมดา ก็น่าจะมีความสุขได้

และถ้าได้มีเพื่อนอย่างแกสัก สี่ห้าคน

 

ข้าพเจ้าคงได้แต่ยิ้มและหัวเราะตลอดไป

แม้กระทั่งตอนที่ได้คุยกับแกขณะนั้น

ข้าพเจ้าก็ได้ลืมไปแล้วว่า

มีความทุกข์อะไรอยู่ในหัวใจบ้าง

 

ลุงแป้น ตบ หัว

แกตะโกน ดังๆ

"มาๆๆๆ ถ้าไม่มีที่เรียน ก็มา บ้า เป็นเพื่อนกูมา!!"

edit @ 7 Mar 2008 17:11:02 by PaBaJa